คู่มืออยู่กินกับคนญี่ปุ่น ฉบับกระเป๋า
posted on 30 Aug 2010 02:10 by bookreview
(เนื่องจากขี้เกียจถ่ายรูป เลยขอจิ๊กภาพมาจากบล็อกพี่พงคุงนะครับ มาเป็นแพคเกจหลายๆเล่มกันเลยทีเดียว แต่ผมซื้อมาเล่มเดียวนะ ฮาๆ)
หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือของพี่พงคุง แห่งบล็อก ลัดเลี้ยว เกียวโต หากแต่เนื้อหาภายในเล่มคือเนื้อหาก่อนที่จะเป็น ลัดเลี้ยว เกียวโต หากใครจำกันได้ ในช่วงแรกๆบล็อกของพี่พงคุงจะมีพาดหัวตัวเป้งๆว่า มองญี่ปุ่นในแง่ร้าย ซึ่งหนังสือเล่มนี้คือการนำเนื้อหามองญี่ปุ่นในแง่ร้ายมาเรียบเรียงใหม่นั่นเอง
เนื่องจากผมมีโอกาสได้อ่านช่วงแรกๆของมองญี่ปุ่นในแง่ร้าย เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ผมจึงพอรู้อยู่แล้วบางส่วน มีลืมไปบ้าง จำได้บ้าง และมีเนื้อหาที่ยังไม่เคยเห็นอยู่บ้างนิดหน่อย แต่เนื้อหาส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะใจความสำคัญคงเดิม เรียบเรียงใหม่ สำนวนใหม่เสียมากกว่า (ไม่แน่ใจว่าพิมพ์ใหม่หมดโดยยึดเนื้อหาเดิมมั้ยนะครับ) มีการปรับปรุงสำนวนที่ใช้บอกเล่าใหม่ ตบมุกใหม่ ให้เข้ากับปัจจุบันมากขึ้น ถ้อยคำบางอย่างที่ดูจะจิกกัดรุนแรงเหมือนมองญี่ปุ่นในแง่ร้ายลดลง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าหนังสือเล่มนี้จะไม่มีสำนวนยียวนกวนคนญี่ปุ่นแต่อย่างใด (ผมว่าเป็นลักษณะ มองญี่ปุ่นในแง่ร้ายเท่าเดิม แต่พูดให้ซอฟท์ลงมากกว่าน่ะครับ
)
หนังสือเล่มนี้เป็นลักษณะการมองญี่ปุ่นและคนญี่ปุ่น ในอีกหนึ่งมุม ซึ่งชื่อหนังสือว่า คู่มืออยู่กินกับคนญี่ปุ่น ฉบับกระเป๋า นั้น ก็อาจจะเป็นเหมือนคำบอกเล่ากลายๆที่น่าจะต้องการสื่อว่า หากจะย้ายกระเป๋าไปอยู่กินที่บ้านเขา เมืองเขา ก็ควรจะต้องรับความจริงบางอย่างที่มีอยู่ในหนังสือเล่มนี้ให้ได้ด้วย(อันนี้ผมคิดเองเออเองนะ ไม่ได้ถามเจ้าตัวมา) เพราะญี่ปุ่นก็มีบางแง่มุมที่ไม่ได้สวยงามเหมือนในซีรีย์เกาหลี เอ๊ะ มันคนละประเทศนี่หว่า เอาใหม่ๆ ญี่ปุ่นอาจจะมีบางแง่บางมุมที่ไม่ได้สวยงามเหมือนที่เราเห็นในทีวี หรือ ในหนัง ในการ์ตูน ที่เราได้ดู ได้ชม ได้อ่านกัน ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมก็คาดเดาเอาเองน่ะนะครับ ว่าพี่พงคุงน่าจะต้องการจะสื่อออกมาในทำนองนี้ เพราะมีการย้ำเป็นระยะๆว่าเป็นเพียงคนญี่ปุ่นที่ผู้เขียนได้พบเจอ บางครั้งเราอาจจะได้ไปเจอคนญี่ปุ่นที่นิสัยแตกต่างจากในหนังสือเล่มนี้ก็เป็นได้
อย่างไรก็ดี หลายสิ่งหลายอย่างที่มีเขียนไว้ในหนังสือเล่มนี้เป็นลักษณะของการบอกเล่าว่า ถ้าจะไปใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่น ไปเรียนต่อญี่ปุ่น เราจะต้องเตรียมรับมือกับอะไร วัฒนธรรมของคนญี่ปุ่นเป็นแบบไหน ด้วยสำนวนจิกแกมหยอก ที่ไม่ได้แรงเหมือนในช่วงแรกๆของบล็อกมองญี่ปุ่นในแง่ร้าย (แต่บางช่วงก็อาจจะยังแรงอยู่นะ ฮาๆ) นอกจากนี้ยังมีการคั่นด้วยสาระของการใช้ชีวิตอยู่ในญี่ปุ่นแทรกอยู่เป็นระยะครับ ผมคิดว่าหนังสือเล่มนี้เหมาะกับคนที่คิดจะไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น(กลุ่มนี้น่าจะเหมาะสุด เพราะตรงกับประสบการณ์ตรงของผู้เขียน) ไปทำงานที่ญี่ปุ่น และคนที่ต้องการรู้จักญี่ปุ่นในแง่มุมอื่นๆนอกจากที่เห็นในทีวี
ผมรู้สึกว่าสำนวนพูด(พิมพ์)ที่ใช้ในหนังสือเล่มนี้ถูกขัดเกลามาหลายรอบ เพราะหลายประโยคเรียบเรียงได้สวย แต่ในบางช่วงบางประโยคจะเหมือนคิดมากไป คือจุดที่ลื่นมันก็ลื่นกว่าในบล็อกครับ แต่บางช่วงก็เหมือนจะแปลกๆ เป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก แต่เหมือนรู้สึกได้ว่าข้อความนั้นถูกตัดแต่งมาบ่อยๆ มันเลยดูแปลกๆ เหมือนพยายามจะเลือกคำพูดที่ดีที่สุด แต่ความต่อเนื่องของอารมณ์มันเปลี่ยนไปน่ะครับ นอกจากนี้ยังมีคำพิมพ์ผิดบ้างประปราย(เล็กน้อย) รวมไปถึงการตัดคำในบรรทัด บางทีตัดคำไปไม่ครบ ซึ่งโดยมากมักจะเกิดขึ้นกับหนังสือทำมือหลายๆเล่มครับ << เท่าที่อ่านหนังสือทำมือมา ยังหาหนังสือทำมือที่ไม่เจอปัญหานี้ไม่ค่อยได้นะครับ มีน้อยเล่มจริงๆที่ตัดคำได้ถูกหมด และพิมพ์ไม่ผิดเลย
ส่วนหนึ่งของการเป็นหนังสือ ทำให้บทความบางเรื่องที่ยาวมากสมัยอยู่ในบล็อกเป็นหลายเอนทรี่มีความต่อเนื่องมากขึ้นเพราะยุบรวมเป็นบทเดียวกัน แต่ก็แลกมาด้วยความยาวของบท ที่บางบทพออ่านไปแล้วจะรู้สึกว่ายาวมาก ผมก็พอเข้าใจว่าเนื้อหาในบทนั้นเยอะจริง และมันก็ควรจะต่อกันจริงๆนั่นแหละ (มีอยู่บทนึงที่มีอยู่18ข้อ แล้วมีคำบรรยายเพิ่มในแต่ละข้อด้วย) ...ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่าเป็นข้อดีหรือข้อเสียครับ เพราะช่วงที่อ่านเหมือนจะขาดช่วงที่บทนี้พอดี แล้วค่อยกลับมาอ่านต่อ
สรุป : เป็นหนังสืออีกเล่มที่ผมชอบครับ รู้สึกว่าเนื้อหาหลายอย่างถูกปรับปรุงให้ดีขึ้น ดราม่ากับคนชอบญี่ปุ่นน้อยลง แต่ก็ยังมีแอบแขวะอยู่บ้างครับ แต่ส่วนที่ผมชอบที่สุดในหนังสือเล่มนี้คือช่วงท้ายเล่มที่พูดถึงการคิดให้ดีก่อนมาเรียนญี่ปุ่น แม้จะเคยอ่านแล้ว และพอจำได้ว่าอยู่ในบล็อกแต่ก็ยังรู้สึกว่ามีบางคำที่Impactอยู่ดี
ขอแสดงความยินดีกับพี่พงคุงที่ได้มีผลงานของตนเองให้ได้อ่านกัน ขอให้หนังสือขายหมดไวๆนะครับ
แถมท้ายรีวิว
ใครสนใจหนังสือเล่มนี้ สามารถอ่านรายละเอียดการสั่งซื้อได้ที่ >> เอนทรี่นี้ครับ <<